วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ศ ษ ส ใช้อย่างไร

ปัจจุบันเราใช้  ศ   ษ   ส  ตามแบบภาษาไทยบาลีสันสกฤต  คำที่เราถือว่ามาจากภาษาบาลี  จะใช้  ส  เพราะภาษาบาลีไม่มี ศ   และ ษ  มีแต่   ส    ส่วนคำที่เราที่เราถือว่ามาจากภาษาสันสกฤตจะใช้  ศ    ษ  หรือ  ส  แล้วแต่ว่าภาษาสันสกฤตใช้อักษรตัวใด  แต่ในสมัยก่อนไทยใช้  ศ   ษ   ส  ตามแบบของไทยเราเอง
                ปัญหาเกี่ยวกับการใช้  ศ   ษ   ส   เกิดขึ้นเพราะภาษาสันสกฤตออกเสียงพยัญชนะ   ศ   ษ   ส  ต่างกัน 
ศาสตราจารย์ ดร.คุณบรรจบ  พันธุเมธา  อธิบายการออกเสียง  ศ  ไว้ว่า  ....  ศ  ของสันสกฤตเป็นเสียงพยัญชนะอุอสุม(ไอน้ำ) เกิดโดยการใช้ลิ้นแตะเพดานแข็งให้มีเสียงเสียดแทรกออกมาคล้ายเสียง sh  เวลา  ศ  ควบคู่มากับพยัญชนะอื่น  จึงมักเป็นพยัญชนะวรรค  จ  เป็น  ศฺจ  โดยมาก  
                                                                                                                                                          (บรรจบ  พันธุเมธา,  ๒๕๑๖ : ๖๖)
                ส่วน  ษ  และ  ส   คุณบรรจบอธิบายว่า  ษ  เป็นพยัญชนะซึ่งฐานที่เกิดเป็นฐานยอดเพดานที่เรียกว่า มุทธชะ  ในการออกเสียง  ษ   ต้องม้วนลิ้นแตะลึกเข้าไปเกือบถึงกลางเพดาน  แล้วจึงปล่อยลมให้เสียดแทรกออกมา   ส  เป็นพยัญชนะซึ่งฐานที่เกิดเป็นฟันที่เรียนว่า ทันตชะ  ในการออกเสียง   ส  ใช้ปลายลิ้นแตะข้างหลังฟัน  ให้เสียดแทรกออกมาตามไรฟัน
เมื่อคนไทยนำ   ศ   ษ    ส   มาใช้แต่ออกเสียงอย่างคนอินเดียไม่ได้  จึงออกเสียงเหมือนกันหมดเป็น  [ส]                 ในเมื่อเสียง  [ส]  เสียงเดียวใช้พยัญชนะแทนได้ถึง  ๓  รูป  คนไทยจึงมีปัญหาในการเขียนโบราณาจารย์ของไทยได้ให้หลักการใช้เพื่อช่วยให้จำได้และเขียนถูกบ้าง
                พระวรเวทย์พิสิฐ  ให้หลักว่า  โบราณใช้   ส   เป็นพยัญชนะต้น     ษ   เป็นตัวการันต์    ศ  เป็นตัวสะกด  ท่านเขียนว่า ....... ตัวพยัญชนะ  ๓  ตัวนี้มีเสียงไม่เหมือนกัน .... เราว่าเสียงตัว   ส  ได้สะดวก  แต่  ศ  กับ   ษ  ต้องหัด  อยู่ข้างลำบาก  เพราะฉะนั้นโบราณจึงวางหน้าที่ตัวพยัญชนะ  ๓ ตัว  ไว้ดังนี้
                ส  ใช้เป็นตัวตั้ง  หรือพยัญชนะต้น  เช่น  สาร , สวรรค์ ,สุข    เพราะไม่ต้องลำบากในการต้องฝึกทำเสียง  ไทยเราก็ออกเสียงได้สะดวกอยู่แล้ว
                ษ   ใช้เป็นตัวการันต์  เช่น  พงษ์ ,  วงษ์ ,  หงษ์    เพราะไม่อ่านออกเสียงตัวการันต์  หนังสือเก่าใช้  ษ  การันต์ เช่นนี้ทั้งนั้น  เพิ่งจะมาเปลี่ยนเป็น  พงศ์ ,  วงศ์ , หงส์  ในยุคใหม่นี้เอง
                ส่วน  ศ   โบราณใช้เป็นตัวสะกดในมาตรา  กด  แม้แต่รูปเดิมใช้  ษ  สะกด  ก็เปลี่ยนเป็น    ศ  เช่น  พิศม์  เป็นต้น ในคำไทยก็มีเป็นอันมาก  เช่น  พิศ , เลิศ ,  และถ้ามีคำต่อท้ายก็มักอ่านออกเสียง  สะ  ครึ่งเสียง  เช่น   พิศดู , เลิศล้น  เสียงเช่นนี้จึงเคยกันมา  ถ้าอ่านว่า พิศ-ดู  เลยเข้าใจว่าเป็น  ๒  คำไป 
                                                                                                                                                  ( พระวรเวทย์พิสิฐ,  ๒๕๐๒ : ๖๐) 
                ปัจจุบันการใช้    ศ   ษ    ส  เปลี่ยนไป  หันไปอิงหลักภาษาบาลีสันสกฤต  ดังที่พระวรเวทย์พิสิฐ  อธิบายว่า  ....  เราเลิกใช้  ศ   ษ   ส  อย่างโบราณ   แล้วหันเข้าหาหลักภาษาที่ถูกต้องตามหลักวิธีบาลีสันสกฤต  เพราะฉะนั้นการเขียนคำในปัจจุบันนี้  จึงต่างกับของโบราณ  คือคำเดิมเป็นรูปอย่างไร  เราก็เขียนรูปเช่นนั้น เพื่อเห็นรูปคำจะได้เข้าใจว่าเป็นคำอะไร  เช่น  พงษ์  ภาษาสันสกฤตใช้  ศ  บาลีใช้   ส  เรานิยมใช้รูปคำสันสกฤต  เราจึงเขียนเป็น  พงศ์  หรือ  วงศ์    ส่วนคำว่า   หงษ์   ของโบราณ  สันสกฤตเป็น  หนฺส    บาลีเป็น   หงฺส  เราจึงใช้  หงส์  ตามรูปเดิม  แต่อย่างไรก็ดี  เรายังนิยมใช้  ศ  เป็นตัวสะกดอยู่หลายคำ  เช่น  พิศ  และ  เลิศ   เป็นต้น
                                                                                                                                                ( พระวรเวทย์พิสิฐ,  ๒๕๐๒ : ๖๑) 
                การใช้   ศ    ษ    ส  ตามหลักวิธีบาลีสันสกฤตดังกล่าวนี้ได้เลิกใช้ไประยะหนึ่งระหว่าง  พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๔๘๗  สมัยจอมพล ป.   พิบูลสงคราม  รัฐบาลไทยสมัยนั้นกำหนดให้ใช้   ส  เพียงรูปเดียว   แต่เมือ่พ้นระยะเวลาดังกล่าว  อักขรวิธีของไทยก็กลับไปเหมือนเดิม  มีการใช้ทั้ง   ศ    ษ  และ  ส  ตามหลักวิธีบาลีสันสกฤต
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน , สำนักงาน.  ๒๕๕๑.  หนังสืออุเทศภาษาไทย ; ภาษาไทยน่าศึกษาหาคำตอบ.  
                     กรุงเทพฯ : องค์การค้า สกสค.
บรรจบ   พันธุเมธา.  ๒๕๑๖.  บาลีสันสกฤตในภาษาไทย.  พระนคร :  โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราคำแหง.
วรเวทย์พิสิฐ,  พระ.  ๒๕๐๒.  หลักภาษาไทย.  พระนคร : โรงพิมพ์วิทยาลัยเทคนิค.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น